เปิดประวัติ เฉินซิงซวี่ พระเอกเจ้าบทบาท บอสสุดหล่อใน ‘My Boss’

ประวัติ เฉินซิงซวี่

ประวัติ เฉินซิงซวี่

หากพูดถึงพระเอกจีนที่มีเสน่ห์ล้นเหลือและฝีมือการแสดงระดับ “ตัวตึง” ของวงการ เชื่อว่าชื่อของ เฉินซิงซวี่ (Chen Xingxu) จะต้องอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ด้วยทักษะการแสดงที่ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตาได้อย่างลึกซึ้ง วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกประวัติ เส้นทางบันเทิง และผลงานห้ามพลาดของนักแสดงหนุ่มคนนี้กันครับ

ประวัติ เฉินซิงซวี่

  • ชื่อจริง: เฉินซิงซวี่
  • ชื่อภาษาอังกฤษ: Oliver Chen
  • วันเกิด: 31 มีนาคม ค.ศ. 1996
  • ส่วนสูง: 186 เซนติเมตร
  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Central Academy of Drama (วิทยาลัยการแสดงปักกิ่ง) สาขาการแสดง (สอบเข้าได้อันดับ 1 ของรุ่น)
  • สังกัด: Chen Xingxu Studio

เฉินซิงซวี่ถือเป็นนักแสดงที่มีประสบการณ์สูงมาก เพราะเขาเริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบจากการถูกแมวมองทาบทาม และมีผลงานซีรีส์เรื่องแรกคือ Years of Passion Burning (2000) จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือการรับบท “เอี๊ยคัง” ในซีรีส์ มังกรหยก (2017) ซึ่งเขาสามารถถ่ายทอดตัวละครที่มีความซับซ้อนออกมาได้น่าประทับใจ ก่อนจะมาโด่งดังเป็นพลุแตกทั่วเอเชียในบท “หลี่เฉิงอิน” จากซีรีส์พีเรียดดราม่าขึ้นหิ้งอย่าง ตงกง ตำนานรักตำหนักบูรพา (Goodbye My Princess)

ผลงานเด่นของ เฉินซิงซวี่ ที่แฟนซีรีส์จีนต้องดู

1. ตงกง ตำนานรักตำหนักบูรพา (Goodbye My Princess)

บทบาทที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “หลัวชั่ว” (สามีที่ร้ายแต่รัก) การแสดงของเขาในเรื่องนี้ถือเป็นมาสเตอร์พีซ ทั้งความรัก ความแค้น และการชิงอำนาจ

2. เพียงรักแรกพบ (Fall in Love)

ข้ามมาฝั่งซีรีส์ยุคสาธารณรัฐ ในบทบาทผู้บัญชาการทหาร “ถานเสวียนหลิน” ที่มาพร้อมความฉลาด แกมโกง และลุคในชุดเครื่องแบบที่ทำเอาแฟนๆ ใจละลาย

3. ดาวตกก่อเกิดรัก (The Starry Love)

ซีรีส์แนวเทพเซียนที่เฉินซิงซวี่ต้องแสดงถึง 5 คาแรกเตอร์ในเรื่องเดียว (เส้าเตี่ยนโหย่วฉิน และเสี้ยวจิตวิญญาณต่างๆ) พิสูจน์ให้เห็นถึงทักษะการแสดงที่ไร้ที่ติ

4. กับดักรักบอสตัวร้าย (My Boss)

ซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ในบท “เฉียนเหิง” ทนายความหนุ่มสุดเนี้ยบ ปากร้ายแต่ใจอ่อน เรื่องนี้โชว์เสน่ห์ในลุคปัจจุบันและเคมีที่เข้ากับนางเอกได้อย่างดีเยี่ยม

5. คำลวงแสนรัก (A Beautiful Lie)

ผลงานล่าสุดที่เขารับบทเป็นคุณหมอหนุ่มอาสา “สิงจือจื่อ” ซึ่งเผยให้เห็นมุมอ่อนโยนและอบอุ่น เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่พิสูจน์ความหลากหลายในการแสดง